This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
ทุกครั้งที่เปิดดูกราฟราคาและเห็นราคาสั่นไหวอยู่ราวๆหลักร้อย คำพูดที่ว่าไม่ตื่นเต้นเป็นเรื่องโกหก คนรอบข้างที่เคยเห็นนักเทรดที่ถือเงิน 1,000 ถึง 2,000 ดอลลาร์เข้าไปเทรดแล้วขาดทุนหมดภายในไม่ถึงหนึ่งเดือนก็มีมากมาย แต่สำหรับนักเทรดที่ผมพกติดตัวมาตั้งแต่ปีที่แล้วไม่เหมือนใคร — เริ่มต้นด้วย 1200 ดอลลาร์ ทำกำไรได้ถึง 25,000 ดอลลาร์ในสี่เดือน ปัจจุบันบัญชีเสถียรอยู่ที่มากกว่า 38,000 ดอลลาร์ ตลอดกระบวนการนี้ไม่เคยเกิดการล้างพอร์ตเลย วันนี้จะอธิบายกลยุทธ์การเทรดที่ใช้เงินจริงนี้ให้เข้าใจอย่างละเอียด
**การแบ่งชั้นของทุนคือพื้นฐานของการอยู่รอด**
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดของมือใหม่คือ "วางเดิมพันทั้งหมดในครั้งเดียว" ราวกับว่าถ้าไม่เสี่ยงหมดก็แสดงความตั้งใจไม่ได้ ผลลัพธ์คืออะไร? วงการคริปโตแก้ไขเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด — ยิ่งอยากทำกำไรเป็นสองเท่าอย่างรวดเร็ว ตลาดก็ยิ่งพร้อมจะเผาคุณเป็นฟืน
วิธีแบ่งทุนของผมง่ายมาก แบ่งเป็นสามส่วนเพื่อเล่น:
ส่วนแรกเป็นเงินสำหรับเทรดรายวัน — ตั้งใจมองหาโอกาสเดียวต่อครั้ง กำไร 3% ถึง 5% ก็ออกทันที ไม่โลภ
ส่วนที่สองเป็นเงินสำหรับเทรนด์ระยะกลาง — เมื่อหาแนวโน้มได้แล้วก็ซุ่มรออยู่ในตลาด ไม่ยุ่งเกี่ยวกันประมาณสิบกว่าวันถึงสองสัปดาห์ เป้าหมายคือทำกำไรเกิน 20%
ส่วนที่สามคือเงินสำรองเพื่อความปลอดภัย — แม้สองส่วนแรกจะขาดทุนหมด ก็ไม่แตะต้องเงินส่วนนี้ นี่คือทุนที่แท้จริงสำหรับพลิกฟื้น
ทำไมต้องแบ่งแบบนี้? เพราะความผันผวนของราคาไม่มีแนวทาง การเสี่ยงทั้งหมดในคราวเดียวก็เหมือนส่งชิปทั้งหมดให้กับโชค การแยกทำไม่ใช่เพื่อหาเงินมากขึ้น แต่เพื่ออยู่รอดให้นานขึ้น เคยเห็นคนที่เงินต้นหมดแล้วเงียบหายไปเท่านั้น คนที่ยิ้มได้ในที่สุดคือคนที่ถือไพ่ในมือเสมอ
**นักเทรดเก่งจริงเท่านั้นที่กินเฉพาะแนวโน้มที่แน่นอน**
80% ของเวลาทำงานในวงการคริปโตคือการเคลื่อนไหวในกรอบแนวรับแนวต้าน โอกาสเทรดที่คุ้มค่าจริงๆ หายากปีหนึ่งไม่กี่ครั้ง แทนที่จะตามเก็บทุกการขึ้นลงเล็กน้อย ก็รออย่างใจเย็นให้มีแนวโน้มใหญ่ที่สามารถทำกำไรเกิน 20% ได้หนึ่งสองครั้ง ส่วนที่เหลือ 90% ของแนวโน้มก็ปล่อยให้มันเป็นไป ฟังดูเหมือนเสียเวลา แต่จริงๆ แล้วนี่คือกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในการรักษาทุน