SEC เพิ่งประกาศคดีความใหญ่เกี่ยวกับแพลตฟอร์มการซื้อขายคริปโตสามแห่งและ “คลับการลงทุน” สี่แห่ง โดยมีความเสียหายรวม 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตั้งแต่เดือน 1/2024 ถึงเดือน 1/2025 คดีนี้เป็นตัวอย่างของโมเดลการหลอกลวงที่ซับซ้อนและเป็นระบบ ซึ่งทำให้ผู้ลงทุนในเวียดนามเข้าใจผิดได้ง่าย เนื่องจากกลยุทธ์ทั้งหมดลอกเลียนความน่าเชื่อถือแบบมืออาชีพ ผสมผสานโซเชียลมีเดียและ AI
โมเดลการหลอกลวง 5 ขั้นตอน
- โฆษณาบนโซเชียลมีเดียและคลับการลงทุนในแอปแชท
กลุ่มเช่น AI Wealth, Lane Wealth, AIIEF และ Zenith โฆษณาบน Facebook, Instagram หรือ TikTok แล้วชวนผู้ลงทุนเข้าร่วม “คลับการลงทุน” บน WhatsApp หรือ Telegram
- ในกลุ่มจะมีตัวละครปลอมเป็น “อาจารย์” หรือ “ผู้ช่วย” เพื่อแนะนำ ทำให้รู้สึกเป็นมืออาชีพสูง
- กลยุทธ์นี้ใช้ความกลัวพลาดโอกาส (FOMO) และความเชื่อมั่นในผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ผู้ลงทุนพร้อมส่งเงินโดยไม่ตรวจสอบข้อมูล
- สัญญาณการเทรดและภาพปลอม
- “อาจารย์” สัญญาผลตอบแทนสูงจาก AI แชร์ภาพหน้าจอการเทรด “สำเร็จ” เพื่อสร้างความเชื่อมั่น
- ปลอมตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน ใช้ AI สร้างเนื้อหาเท็จ เช่น เว็บไซต์, สกรีนช็อต, วิดีโอ deepfake
- เป้าหมาย: ทำให้ผู้ลงทุนเชื่อว่าเครื่องมือและกลยุทธ์นี้ได้ผลจริง
- เปลี่ยนผู้ลงทุนไปยังแพลตฟอร์มเทรดปลอม
- หลังจากเชื่อมั่นแล้ว ผู้ลงทุนจะถูกนำไปยังแพลตฟอร์ม Morocoin, Berge, Cirkor
- แพลตฟอร์มเหล่านี้โฆษณามีใบอนุญาตจากรัฐและมีความปลอดภัยสูง แต่ในความเป็นจริงไม่มีการเทรดจริง บัญชีและยอดเงินทั้งหมดเป็นปลอม
- ผู้ไม่หวังดีมักสร้างคำเตือน “อยู่ระหว่างการสอบสวนของหน่วยงานกำกับดูแล” เพื่อบังคับให้ผู้ลงทุนฝากเงินเพิ่ม
- STO ปลอมเพื่อดูดเงินเพิ่ม
- โทเคนเช่น NNET, SCT, HMB ถูกโปรโมทเป็น IPO ของบริษัทจริง เช่น NeuralNet, SatCommTech แต่ไม่มีอยู่จริง
- เป็นกลยุทธ์ใช้ชื่อเสียงของตลาดหุ้นจริงหลอกให้ฝากเงินเพิ่ม
- ผู้ลงทุนในเวียดนามมักเข้าใจผิด เพราะ STO ถูกจำลองเป็น IPO พร้อมตารางราคา, กราฟ และสัญญาตัวอย่างที่ “มืออาชีพมาก”
- กับดักถอนเงินและเรียกเก็บค่าธรรมเนียมล่วงหน้า
- เมื่อผู้ลงทุนพยายามถอนเงิน แพลตฟอร์มและคลับจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมล่วงหน้า เช่น ค่ากู้ยืม, ค่าการสอบสวน, ค่าการถอนด่วน
- พร้อมคำเตือนว่าบัญชีอาจถูกปิดหรือระงับเป็นเวลา 3 ปี หากไม่ชำระเงิน
- นี่คือการหลอกลวงแบบค่าธรรมเนียมล่วงหน้า (advance-fee fraud) ผสมกับแพลตฟอร์มปลอม ทำให้ผู้ลงทุนกลายเป็น “เหยื่อที่ถูกบังคับให้จ่ายเงิน”

สัญญาณเตือนสำหรับผู้ลงทุนในเวียดนาม
- กลุ่มแชทกับ “อาจารย์” แปลก: ห้ามลงทุนโดยอิงกลุ่มแชทจากคนแปลกหน้า แม้จะมีสัญญาณ AI หรือผลลัพธ์สำเร็จ
- ผลตอบแทนสูงเกินจริง ไม่มีความเสี่ยง: ตลาดคริปโตมีความผันผวนเสมอ คำสัญญา “ไม่มีความเสี่ยง” เป็นสัญญาณของการหลอกลวง
- ใบอนุญาตและหน่วยงานกำกับปลอม: ตรวจสอบโดยตรงกับหน่วยงานกำกับ เช่น (SEC, FINRA หรือหน่วยงานการเงินในเวียดนาม) แทนการเชื่อข้อมูลจากเว็บไซต์
- เรียกเก็บค่าธรรมเนียมล่วงหน้าก่อนถอนเงิน: บริษัทที่น่าเชื่อถือจะเก็บค่าธรรมเนียมหลังจากการทำธุรกรรมเสร็จสิ้นเท่านั้น ไม่เรียกเก็บล่วงหน้า
- บังคับส่งคริปโตหรือโอนเงินออกนอกประเทศ: เป็นสัญญาณร้ายแรง โดยเฉพาะกับกระเป๋าเงินส่วนตัวหรือบัญชีธนาคารต่างประเทศที่ไม่โปร่งใส
คำแนะนำสำหรับผู้ลงทุนในเวียดนาม
- ตรวจสอบข้อมูลแพลตฟอร์มเสมอ: ค้นหาชื่อบริษัท, ใบอนุญาต และหมายเลขทะเบียนบนหน่วยงานกำกับอย่างเป็นทางการ
- ยืนยันบุคลากร: ตรวจสอบว่าผู้โปรโมทอยู่ในรายชื่อผู้เชี่ยวชาญหรือที่ปรึกษาที่ได้รับการรับรองหรือไม่
- ระวังแรงกดดัน: คำขอฝากเงินเร่งด่วน, จ่ายค่าธรรมเนียมล่วงหน้า หรือสัญญาผลตอบแทนสูงเกินจริง ควรระวังเป็นพิเศษ
- รายงานทันที: หากสงสัยว่าถูกหลอกลวง ติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น SEC, FBI หรือในเวียดนามคือ กระทรวงความมั่นคง – กองบังคับการตำรวจปราบปรามอาชญากรรม