21 มกราคม ข่าวในวันนี้ ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังจะเดินทางไปยังดาวอสเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเมืองระดับโลก รัฐมนตรีคลังสหรัฐ Scott Bessent ได้ออกมาตำหนิประเทศในยุโรปอย่างแข็งขันอีกครั้ง ดึงความสนใจจากวงการการเงินและภูมิรัฐศาสตร์ระดับนานาชาติ Bessent กล่าวหาว่าบางผู้นำยุโรปได้แสดง “คำพูดปลุกปั่น” เกี่ยวกับปัญหาเกรินแลนด์ และกล่าวว่าทัศนคติดังกล่าวมี “อารมณ์ความโกรธแค้น” อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อเสถียรภาพความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและยุโรป
ในขณะเดียวกัน ตลาดการเงินทั่วโลกอยู่ในช่วงที่มีความอ่อนไหวสูง ช่วงนี้ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลง สินทรัพย์ปลอดภัยเช่นทองคำทำราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้เกิดความกังวลในหมู่นักลงทุนบางส่วนว่าเงินทุนอาจจะไหลออกจากสหรัฐอเมริกา สำหรับเรื่องนี้ Scott Bessent ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าความกังวลนี้ถูกยกขึ้นเกินจริง ความน่าสนใจของตลาดสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง และเงินทุนจากสถาบันจะไม่ไหลออกไปยุโรปหรือภูมิภาคอื่นในระยะสั้น
หนึ่งในสาเหตุของความขัดแย้งคือข่าวจากกองทุนบำนาญเดนมาร์กแห่งหนึ่งประกาศแผนขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในสัปดาห์นี้ ข่าวนี้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วในตลาด ถูกมองว่าเป็นสัญญาณว่าเงินทุนยุโรปอาจลดการลงทุนในสินทรัพย์ของสหรัฐ อย่างไรก็ตาม Scott Bessent ได้ตอบโต้ด้วยความแข็งขันว่า การลงทุนของเดนมาร์กในพันธบัตรสหรัฐ “ก็ไม่สำคัญเท่ากับเดนมาร์กเอง” ซึ่งเป็นการบ่งชี้ว่าการกระทำนี้มีผลกระทบต่อระบบการเงินของสหรัฐน้อยมาก
เมื่อพูดถึงปัญหาเกรินแลนด์ Bessent ได้เน้นย้ำเพิ่มเติมว่าสหรัฐหวังให้พันธมิตรเข้าใจถึงกลยุทธ์ของตน และกล่าวว่าเกรินแลนด์ “จำเป็นต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐ” เขาเรียกร้องให้ยุโรปอย่าใช้อารมณ์เป็นตัวนำทาง ควรรอจนกว่าทรัมป์จะมาถึงและฟังความคิดเห็นและจุดยืนของเขาอย่างจริงจัง และเชื่อว่าฝ่ายตรงข้ามในที่สุดจะถูกชักจูงให้เข้าใจ
คำแถลงเหล่านี้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและยุโรป รวมถึงพันธบัตรสหรัฐและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ กลับกลายเป็นหัวข้อสำคัญที่ตลาดให้ความสนใจอีกครั้ง สำหรับนักลงทุนในคริปโตและสินทรัพย์เสี่ยง การเปลี่ยนแปลงนโยบายการคลังของสหรัฐ การไหลของทุนระหว่างประเทศ และอารมณ์ความปลอดภัยในช่วงนี้ จะส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างการจัดสรรเงินทุนใน Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่ทรัมป์กลับสู่เวทีระหว่างประเทศ ความแตกแยกระหว่างสหรัฐและยุโรป ทิศทางดอลลาร์สหรัฐ และแนวโน้มสภาพคล่องทั่วโลก กำลังกลายเป็นหนึ่งในตัวแปรมหภาคที่สำคัญที่สุดในต้นปี 2026